กรุณาสมัครสมาชิกเวบบอร์ด
Please register in order to read the webboard.
Current Projects
ละคร: เงาพราย Ngao Prye

แสดงเป็น: รัชต์
กำกับการแสดงโดย:
วีระชัย รุ่งเรือง
สถานะ: เริ่มออกอากาศ 31 พ.ค. 54 (ทุกวันจันทร์-อังคาร หลังข่าวภาคค่ำ)
Details | English Synopsis| Online Playlist
___________________

ละคร: นายสุดซ่าส์ ข้าสุดแสบ Nai Sood Zaa Ka Sood Zabb

แสดงเป็น: ระฟ้า
กำกับการแสดงโดย:
สิทธิวัชร์ ทับแป้น
สถานะ: กำลังถ่ายทำ
Details
___________________

เพลง: กลับไปหลับสักคืน
Klub Pai Lub Sak Kuen


Listen online|Download
___________________

เพลง: อย่ารักฉันเลย
Ya Rak Chan Leuy


Listen online|Download| Watch MV
___________________

เพลง: หน้าไม่ให้แต่ใจรัก
Nar Mai Hai Tae Jai Rak


Listen online|Download | Watch MV
___________________
ผลงานก่อนหน้านี้ ดูได้ที่นี่
ผลงานการแสดง| ผลงานเพลง
ดูคลิปย้อนหลัง

เกียรติกมล ล่าทา…Dream Catcher, Winner, Star, and Sun


เกียรติกมล ล่าทา .. Dream Catcher, Winner, Star, and Sun
ที่มา : นิตยสารเปรียว สิงหาคม 2553




‘เกียรติกมล ล่าทา’ หรือ ตุ้ย AF เป็นเสมือนตัวแทนของคนธรรมดาๆ ที่สามารถก้าวขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดในฐานะดวงดาวของฟากฟ้าบันเทิงได้สำเร็จ จากผู้ชายธรรรมดา นักล่าฝัน สู่ The Winner และการเป็นดวงดาว หลายสิ่งได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตธรรมดาของผู้ชายคนหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน ตำแหน่งใด บทบาทที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนให้เขาทำทุกอย่างเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น นั่นคือบทบาทของลูก



จากวันนั้นที่ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงได้สำเร็จ ในฐานะลูกได้ทำอะไรให้แม่แล้วบ้าง


“วันแรกที่ออกจากบ้าน AF ผมเคยบอกกับแม่ไว้ว่าสักพักหนึ่งให้แม่ออกจากงานได้เลยนะ ไม่ต้องทำงานแล้ว เราจะดูแลเอง ตอนแรกก็เหมือนเขาหวั่นๆ เหมือนกันนะว่าได้ The Winner ออกมาแล้วจะเลี้ยงฉันได้จริงเหรอ (หัวเราะ) สิ่งแรกที่เริ่มทำให้เขาเชื่อว่าเราน่าจะทำได้จริงๆ คงจะเริ่มจากรถกระบะคันแรก บ้านหลังแรก รถของตุ้ยคันแรก คงเริ่มจากสิ่งเหล่านี้เอง แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มมีเงินเก็บ เริ่มบอกแม่ได้ว่าแม่อยากทำอะไรอยากได้อะไรก็ให้บอก สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคงเป็นบ้านหลังนี้ เพราะสมัยก่อนตอนที่อยู่บ้านเช่าเขาฝันไว้ว่า ถ้าวันหนึ่งมีบ้านเล็กๆ สักหลัง และมีพื้นที่รอบบ้านสักหน่อยคงจะดีนะ เราก็จำนะ ตอนนั้นด้วยความเป็นเด็ก เราก็ยังไม่รู้ว่าจะหาทางไปยังไง แต่เราก็จำได้นะ วันหนึ่งพอมีบ้านหลังนี้ขึ้น ผมก็โอนเป็นชื่อแม่”



คุณแม่เคยขออะไรจากตุ้ยตรงๆบ้างไหม


“ไม่เลยนะ แม่เป็นคนไม่ขออะไรเลย ส่วนใหญ่เขาจะเป็นคนให้ซะมากกว่า ถึงตอนนี้ผมจะเริ่มมีแรงพอที่จะให้เขาได้หลายๆอย่างแล้วก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยขอ มีบ้างที่เวลาไปห้างกัน ผมรู้ว่าเขาชอบทอง ผมก็จะเป็นฝ่ายเสนอเองว่าไปดูทองกัน แม่เขาก็จะทำประมาณว่า ได้ๆ แล้วก็เดินเข้าไปดูเนียนๆ (ยิ้ม)”



ในฐานะนักล่าฝัน จริงๆแล้วความต้องการแรกคือความฝันในการเป็นนักร้อง หรือการทำงานในวงการ


“สำหรับผมแล้วการมาสมัคร AF เป็นการลองมากกว่านะ ผมคิดแค่ว่าได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้หวังแต่ก็ไม่ได้ทิ้งความฝัน จริงๆผมเคยพูดเสมอว่า ความฝันน่ะฝันได้ แต่เราก็ต้องดำเนินชีวิต คือเราจะมานั่งดิ้นรนสมัครประกวดอย่างเดียวก็คงไม่ใช่ เพราะเรายังคงต้องดำเนินชีวิต เวที AF เป็นเวทีแรกของผมนะ ผมก็อยากลอง แต่ถ้าพูดถึงความฝันของการได้ร้องเพลง จริงๆผมก็ได้ทำแล้วนะ การร้องเพลงกลางคืนก็เป็นความสุขของผม ผมได้ร้องเพลงแล้ว ผมได้สร้างความสนุกสนานในเวทีอาชีพ ผมไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าวันหนึ่งเราจะต้องเข้ามาเป็นนักร้อง เป็นนักแสดง ได้เล่นหนัง เล่นละครเวที หรือถ่ายโฆษณา จริงๆมันเป็นเรื่องของโอกาสมากกว่า สมัยเด็กๆ ตอนอายุ 14-15 ผมก็เคยไปแคสต์งานโฆษณานะแต่ก็ไม่เคยได้ ผมก็เลยไม่คิดว่าวันหนึ่งเราจะได้มาทำอะไรแบบนี้”



ถ้ามองย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของตัวเองแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง


“เวลามองเห็นการประกวดรุ่นหลังๆ ผมจะรู้สึกว่าจริงๆแล้วคนเหล่านี้เขามีความพยายามมากเลยนะครับ แต่สำหรับผม ผมจะบอกเสมอว่า ฝันกินไม่ได้ เพราะผมยังต้องใช้ชีวิต ถ้าคุณยิ่งฝันเยอะ คิดสูงๆไว้ พอวันหนึ่งคุณตกลงมา คุณเจ็บเลยนะ สำหรับผม ผมเกิดมา ผมอาจจะไม่เคยคิดเลยว่าผมต้องได้อะไร อย่างตอนเอนทรานซ์ ผมก็ไม่ได้คิดว่าผมจะได้นะ เราก็แค่เต็มที่กับมัน แล้วเราก็จะสบายใจ ตอนประกวดที่ผมเริ่มเข้ารอบเรื่อยๆ ผมก็ไม่ได้คิดเลยนะว่าผมจะได้ ผมไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะมองเราว่าเรามีคาแรกเตอร์ มองย้อนกลับไป 4 ปีที่แล้ว ผมก็ไม่ได้คิดเลยนะว่าผมจะได้มายืนอยู่ในจุดนี้”



พอได้เป็นนักร้องแล้ว รู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จไหม


“ไม่นะ ผมว่ามันยังไม่สุด เพราะตัวผมเองแล้วก็ไม่ใช่คนร้องเพลงเก่ง อาจจะมีของอยู่ในตัวเองระดับหนึ่ง แต่ผมก็ไม่ใช่คนร้องเพลงเก่ง ไม่ได้เรียนร้องเพลง ไม่ได้ฝึกอะไรมา แต่อาจจะมีอะไรในตัวบ้าง แต่ก็ไม่ได้เก่ง ผมก็เลยรู้สึกว่ามันยังไม่สุด พูดง่ายๆ ถ้าเอาผมไปเทียบกับน้อง AF รุ่นใหม่ๆ ผมเทียบเขาไม่ได้เลยนะ ผมร้องเพลงสู้เขาไม่ได้เลย เขาร้องเพลงดีกว่าผมมาก ไม่ว่าจะเป็นการคอรัสหรืออะไร ผมอาจจะมีความมั่นใจบ้างนิดหน่อยก็ตรงที่ผ่านเวทีอาชีพมาบ้างเท่านั้นเอง”



ที่บอกว่า ‘ยังไม่สุด’ แล้วคิดอยากให้มันสุดบ้างไหม


“หลังจากทำงานมา 4 ปี ก็ยังไม่ได้ทำอะไรที่มันสุดๆ แต่ล่าสุดก็จะมีงานเพลงที่เป็นตัวเองมากขึ้น ซิงเกิลล่าสุดที่ออกมา ผมมีโอกาสได้บอกกับทีมงานว่า พี่ครับผมอยากทำแบบนี้ครับ ผมอยากร้องเพลงแบบนี้ครับ ซึ่งอาจจะผิดที่ผ่านมาที่ผมถูกจัดวางไว้แล้ว เรามาใหม่ เขาอยากให้เราทำอะไร เราก็ต้องทำ แต่พอผ่านมาเราสามารถแสดงความคิดเห็นในแบบผู้ใหญ่ได้ เราก็เลยสามารถบอกเขาในแบบที่เราอยากทำได้”



เวลามีผลงานใหม่ ศิลปินมักจะบอกว่า ‘เป็นตัวเองมากขึ้น’ ความหมายของมันคืออย่างไร


“เป็นตัวเองมากขึ้นก็หมายความว่าเป็นอะไรที่เราเป็นคนจัดวางและจัดแจงเองครับ อย่างการเล่นละครเราคงไม่มีโอกาสได้เล่นเป็นตัวเอง เพราะเราต้องสวมบทเป็นคนอื่น คงมีเพียงการร้องเพลงนี่แหละที่เราสามารถเป็นตัวเองได้ ก็คงอย่างที่บอกครับว่าเรามีโอกาสได้จัดแจงอะไรหลายอย่างด้วยตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพี่ครับผมอยากร้องแบบนี้ครับ พี่ครับผมขอทำแบบโน้นแบบนี้ได้ไหม ซึ่งพอเป็นผลงานออกมาแล้ว ฟังปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นตัวเรา และมีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน โดยเฉพาะซาวนด์ทำนองดนตรี”



ภาพหนึ่งของตุ้ยที่เราเห็นชัดเจนมากก็คือภาพของนักแสดง รู้สึกอย่างไรกับศาสตร์นี้


“ผมว่าภาพแสดงเป็นศาสตร์ที่คนที่ไม่เคยเจอ พอได้มาเจอแล้วมันสามารถเปลี่ยนแปลงบางอย่างในจิตใจของตัวเองได้ แค่ผมพูดอะไรแบบนี้ ผมก็ขนลุกแล้ว (ทำเสียงตื่นเต้น) ซึ่งเมื่อก่อนผมไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้เลยนะครับ เพราะแต่ก่อนผมไม่ได้เป็นคนที่เซนซิทีฟกับอะไรง่ายๆ เชื่อไหมว่าผมพูดกับคนหลายคนแล้วว่า 4ปีที่ผ่านมา ผมกลายเป็นอีกคนที่ใจเย็นลง เซนซิทีฟง่ายขึ้น บางทีเวลาที่ผมนั่งดูทีวีอยู่มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมร้องไห้ได้ ผมร้องไห้ทันทีเลยนะ ซึ่งแต่ก่อนผมไม่เคยเป็น กลายเป็นว่ามีอะไรบางอย่างที่สามารถดึงจุดจุดหนึงในตัวผมออกมาได้ จากการที่ผมได้มีโอกาสเล่นละครหลายๆเรื่อง สมัยก่อนแค่กอดกัน ผมยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องแปลก เรากอดกันในบ้าน AF ผมก็รู้สึกแปลกๆ เฮ้ยเป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย แต่พอวันหนึ่งเราเปลี่ยนครับ ผมไม่เคยกอดพ่อเลยนะ พอผมได้กอด ผมรู้สึกเลยว่าเฮ้ยเรากอดพ่อได้ด้วยเหรอ หรือการได้ขึ้นคอนเสิร์ตแต่ละครั้ง ผมได้กอดทีมงานมันก็เป็นความรู้สึกที่ดี อย่างล่าสุดที่ผมได้ไปเป็นเกสต์ในคอนเสิร์ตของพี่ๆคาราบาว ก่อนขึ้นเวทีเราได้กอดกัน โอ้โฮ มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ผมว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นความอ่อนโยนที่เกิดขึ้น หลังจากที่ผมได้เล่นละครและได้เรียนรู้ศาสตร์เกี่ยวกับการแสดง มีหลายๆอย่างเกี่ยวกับตัวเราที่เราไม่เคยเห็น แต่เราจะได้เห็น”



ถ้าพูดถึงการแสดงแล้ว มีบทบาทไหนที่ยังไม่เคยเล่น แต่อยากจะลองเล่นดูบ้างหรือเปล่า


“จริงๆ ก็เล่นมาเกือบหมดแล้วนะครับ ร้ายก็เล่นแล้ว ตลกนี่ก็เล่นประจำ ก็น่าจะมีบทผีและบู๊ที่ยังไม่เคยเล่น หรืออีกอย่างที่น่าลองเล่นก็เหมือนที่บอย AF เล่นในตั๊ดสู้ฟุดไงครับ (หัวเราะ) เชื่อไหมครับ ว่าอย่างบอยเนี่ย เขาไม่ชอบทำอะไรแบบนี้เลย แล้วไง สุดท้ายพอได้ทำแล้วก็ออกมาดีเกินคาด (หัวเราะ) บทคนบ้า บทคนโรคจิต ผมก็อยากลองเล่นเหมือนกันนะครับ ถ้ามีโอกาสก็จะลอง”



การทำงานในวงการบันเทิงที่ชีวิตต้องอยู่ในวงการบันเทิง มีอะไรที่เรารู้สึกไม่ดีหรือไม่ได้ดั่งใจบ้างไหม


“สิ่งไม่ดีหรือไม่ได้ดั่งใจเหรอ (นิ่ง) คงจะเป็นอะไรที่เราไม่ได้ทำแต่เป็นข่าวมั้งครับ จริงๆเราเองก็พอจะเข้าใจนะครับว่ามันเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของพี่ๆ นักข่าวสื่อมวลชน แต่บางทีผมก็น้อยใจบ้าง อย่างตอนที่ผมเป็นตุ้ย AF ใหม่ๆ ข่าวแรกที่ผมโดนก็คือ เขาหาว่ารถกระบะคันนี้แฟนคลับเป็นคนซื้อให้ หรืออะไรก็ตามแต่อีกหลายอย่างที่มันบั่นทอนมาก จนกระทั่งวันหนึ่งผมมีโอกาสได้เจอพี่ตากล้องคนหนึ่ง เขาเป็นคนที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดไปเลย เขาบอกกับผมว่า คนรักเราก็เยอะแยะมากมาย เราจะเครียดไปทำไม ถ้านานๆจะมีคนเกลียดเราบ้างสักคนสองคน พอฟังปุ๊บ เฮ้ยจริงแฮะ เพราะจริงๆแล้วคนรักเรามีตั้งมากมาย แฟนคลับที่เขารักเรา เขามาหาเราทุกวัน หลังจากนั้นเลยกลายเป็นว่าผมมองอะไรในแง่บวกมากขึ้น พอมีข่าวเราก็เลยมองได้ว่ามันเป็นงานของพี่ๆนักข่าว อย่างน้อยที่สุดมันก็เหมือนว่าพี่ๆเขาไม่ลืมเรา สำหรับความจริง เราก็รับรู้กับตัวเองว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง”



ข่าวอะไรเกี่ยวกับตุ้ยที่ไม่เป็นความจริงเลย


“ข่าวผมเหรอ เยอะ (หัวเราะ) ต้องบอกว่า อาทิ ข่าวว่าผมเป็นเกย์กับโด่ง AF (หัวเราะ) เรื่องนี้นักข่าวถามผมอยู่นานเลยนะ มันคงเริ่มมาจากความสนิทสนมตั้งแต่อยู่ในบ้าน กอดคอกันคนก็ว่าเป็นเกย์ หรืออย่างล่าสุดก็ข่าวที่ว่าผมเป็นวัวลืมตีน ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าข่าวมาจากไหน มีคนบอกว่าเราทิ้งแม่ เราไม่ดูแลเขา งงเหมือนกัน ทุกวันนี้ถ้าห้ามตัวเองได้ ผมก็ไม่อ่านข่าวเลย (หัวเราะ)”



เวลามีปัญหาเข้ามา จัดการกับความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้นอย่างไร


“หนึ่งเลยคืออยู่กับตัวเองครับ แล้วก็พยายามคิดเยอะๆ ว่ากับการที่เราเจอปัญหาแบบนี้ เรามีทางออกยังไงบ้าง ซึ่งก็น่าจะดีกว่าการมานั่งนอยด์ (พารานอยด์) แล้วมันออกมาทางสีหน้า คนที่ทำงานกับเรา เขาก็มองออกว่าเราเครียดหรือรู้สึกยังไงอยู่ ยิ่งถ้าวันไหนผมไปเล่นละคร ผมเล่นบทตลก ตามันก็บอกว่าผมเศร้า ผมก็ต้องพยายามปลอบตัวเอง เพราะจริงๆแล้วทุกปัญหามันก็มีทางออกนะครับ ทุกวันนี้ผมก็พยายามคิดให้น้อยลง ไม่คิดในสิ่งที่ไม่ควรคิด เราก็จะใช้ชีวิตของเราได้อย่างมีความสุขขึ้น แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ผมก็จะปรึกษาพ่อแม่”



อะไรคือเรื่องดีๆของตุ้ยที่ได้รับจากการเป็นคนบันเทิง


“ผมว่ามิตรภาพดีๆ กับหลายๆสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมาในชีวิตผม หนึ่งเลยคือสิ่งที่ผมได้ตั้งแต่อยู่ในบ้าน AF ใครก็ไม่รู้มาอยู่ด้วยกันกับเราตั้ง 12 คน แต่เกิดเป็นมิตรภาพที่ดีต่อกันได้ หรือแม้แต่กับทีมงานก็ตาม และที่สำคัญจริงๆเลยก็คือแฟนคลับครับ ตอนออกมาจากบ้านใหม่ๆ ผมเคยถามพี่บอย พิษณุ เพราะผมเห็นแฟนคลับตามพี่เขามาปีกว่าแล้ว ก็ถามว่าทำไมเขาดูรักพี่จังเลยนะ พี่บอยก็บอกว่า เดี๋ยวก็รู้เองแหละ ซึ่งเขาก็สอนเรากลายๆนะว่าเมื่อเราเจอคนเหล่านี้ เราจะต้องทำตัวเองยังไง พอผ่านมา 4 ปี ก็มีคนมาถามผมเหมือนที่ผมเคยถามพี่บอย 4ปี แฟนคลับเขายังอยู่กับผมอยู่เลย ผมรู้สึกว่าการเป็นตุ้ย AF มันทำให้มีมิตรภาพเกิดขึ้นระหว่างเราและคนอื่นๆ อีกมากมาย”



ถึงวันนี้แล้วมีอะไรที่ตุ้ย AF อยากได้ แล้วยังไม่ได้ หรือทำไม่ได้บ้างหรือเปล่า


“(นิ่งคิด) ยากจังคำถามนี้ (หัวเราะ) ผมว่าสิ่งที่ยากน่าจะเป็นกิเลสในตัวผมเอง จริงๆการใช้ชีวิตในแต่ละวันเรายังมีกิเลสอยู่เสมอ แต่ผมก็จะพยายามคิดโดยมองอดีตเป็นหลัก อย่างสมัยก่อนสมมติครอบครัวเรามีเงินเก็บอยู่ประมาณ 5 หมื่นหรือแสนหนึ่ง เราสามารถใช้ชีวิตกันได้สบายๆเลยนะ แต่วันหนึ่งถ้าผมมีเงิน 5 ล้านหรือ 10 ล้าน ชีวิตก็เปลี่ยน แต่ผมก็พยายามคิดว่า ถ้าวันหนึ่งเราไม่มีงาน ไม่มีเงิน เราจะใช้ชีวิตได้ไหม ผมจะบอกกับตัวเองว่าได้สิ เราต้องทำได้ มันเลยเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เราบอกกับตัวเองเสมอ ว่าอย่าสุรุ่ยสุร่าย หรือทำอะไรก็ตามที่จะทำให้เราไม่เหลืออะไรเลยในอนาคต ดังนั้นสิ่งที่ผมยังต้องสู้กับมันคงเป็นเรื่องกิเลสนี่เองครับ (หัวเราะ) รัก โลภ โกรธ หลง ยังมีอยู่ครบ แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากควบคุมให้มันน้อยลงบ้างครับ”




.
Share this:

One Response to “เกียรติกมล ล่าทา…Dream Catcher, Winner, Star, and Sun”

Leave a Reply

ดูละคร “นายสุดซ่าส์ ข้าสุดแสบ”
ละคร "นายสุดซ่าส์ ข้าสุดแสบ" ออกอากาศทางช่อง 3 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 18.30-20.00 น.

ดูละคร "นายสุดซ่าส์ ข้าสุดแสบ"
ย้อนหลัง [ที่นี่]

Watch "NaiSoodZaa KhaSoodZabb"online [here]
QR Code

Scan QR Code สำหรับการดู http://www.tuiaf.com ผ่านมือถือ
Categories
Twitter



Facebook Fanpage
Recent Pictures
คลิก [ที่นี่] เพื่อดูรูปล่าสุด

Latest Lakorn Pics

Latest Event Pics

Fans' Favorite
About Us
TUIAF.COM is an official fansite dedicated to a talented Thai singer and actor Tui - Kiatkamol Lata. Thank you for visiting and enjoy!

This website is not affiliated in any way with Tui Kiatkamol Lata or his representatives. This is a non-profit website - we did not put all the materials on this website for commercial purposes, nor do we support or encourage anyone of doing so. All materials on this site are for entertainment purposes only. No copyright infringement intended.

Any query, contact us here.