Playlist : ตุ้ย เกียรติกมล ล่าทา
คอลัมน์ : The Culture Club / Music
ที่มา : นิตยสาร Hamburger พฤษภาคม 2553
GET REAL
ชีวิตใช่โปรยปรายด้วยกลีบกุหลาบ ชีวิตผู้ชายที่มีนามสกุลต่อท้ายว่า ตุ้ย AF3 เป็นหนึ่งในบุคคลจำพวกชีวิตต้องฝ่าฟันหนามกุหลาบมาตั้งแต่เด็ก ตุ้ย-เกียรติกมล ล่าทา เล่าถึงชีวิตที่ผ่านมาผ่าน 10 เพลงในดวงใจ ที่ล้วนแต่ผูกพันกับชีวิตของเขา
“ผมเป็นคนฟังเพลงเยอะมาก ณ วินาทีนี้ให้พูดถึงหรือร้องเพลงเก่าๆ ที่ไม่เคยร้องมาตั้งหลายปีก็ยังร้องได้ เพราะมันฝังอยู่ในหัว เหมือนมันฟังเป็นชีวิตประจำวัน ยิ่งเพลงฮิตๆ ช่วงไหน ตอนไหน เราก็จะฮัมแต่เพลงนั้นน่ะล่ะ สิบเพลงที่ผมเลือกมา เป็นเพลงที่มันดูจริงทุกอย่าง ทุกเพลงมีเรื่องราว และมันก็เป็นความจริง”
01: รักเธอสุดหัวใจ / สหรัถ สังคปรีชา
เป็นเพลงที่ก่อกำเนิดมาตั้งแต่สมัยผมเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยราชมงคล วิทยาเขตพาณิชย์พระนคร ผมเริ่มเข้าประกวดนู่นประกวดนี่เยอะพอสมควร บนเวทีมีแต่รอยเท้าผม ประกวดทุกปีทุกงาน แล้วเพลงนี้เป็นเพลงที่ผมใช้ประกวดจนได้ที่ 1 บรุษ-ธิดาวังสน (การประกวดหนุ่มหล่อสาวสวยของเฟรชชี่ปี1) ตอนนั้นผมเรียนอยู่ปี 1 ยังเด็กๆอยู่ ผมก็ดีดกีตาร์ร้องเพลง “รักเธอสุดหัวใจ” แล้วก็เป็นเพลงที่ใช้ประกวดเวทีใหญ่ที่สุดในชีวิต อะคาเดมีแฟนเทเชีย วีคสุดท้าย แล้วก็ได้ที่ 1 เพลงนี้เลยกลายเป็นที่จดจำของผม
02: ยาม / ลาบานูน
เป็นเพลงเพลงหนึ่งที่ทำให้นึกถึงสมัยเรียน ปวช. เป็นช่วงเฮี้ยวอยู่พอสมควร ถ้าดีดกีตาร์เพลงนี้จะนึกถึงตอนที่ไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆ ทริปแรก ทุกวันนี้พอมาเป็นตุ้ย AF3 เวลามีมินิคอนเสิร์ตหรืองานไหน ผมมักจะหยิบเพลงนี้มาร้อง คือผมชอบเพลงที่เป็นอินเดียๆ ด้วย เพราะสมัยก่อนแม่จะเช่าวิดิโอหนังแขกมาดู แล้วผมก็นั่งดูด้วย เสียงกลอง เสียงกีตาร์อินเดีย มันเป็นจังหวะทำนองดนตรีที่ผมชอบ
03: 191/ ลาบานูน
เพลงของลาบานูนเหมือนกัน นี่เป็นเพลงที่ผมใช้ประกวดโฟล์คซองครั้งแรก แกะโน้ตเอง ดีดกีตาร์เอง ลีดเอง ร้องเอง เป็นไง โคตรเท่ (ยิ้ม) เป็นครั้งแรกที่กล้าขึ้นดีดกีตาร์บนเวที เพราะผมไม่ได้เรียนดนตรีมา ผมใช้วิธีการแสวงอย่างเดียว สมมติจะแกะเพลงเพลงหนึ่ง ผมจะใช้ฟังเอา อย่างเพลงนี้กีตาร์ลีดมันเร็วมากๆ ผมจะใช้จำเอา แล้วพอรู้ว่าคีย์เป็นยังไงก็มาดีดหาในกีตาร์เอง เพลงนี้ที่ประกวดผมให้เพื่อนเล่นกีตาร์ให้ ผมร้อง แล้วรอลีดช่วงโซโล่ รู้สึกจะได้ที่สองนะ ได้ค่าขนมมาพันกว่าบาท นี่ก็เป็นอีกหนึ่งรอยเท้าในการประกวดของผม
04: Behind Blue Eyes/ Limp Bizkit
เพลงนี้เป็นเพลงประกอบภาพยนตรืเรื่องหนึ่ง ตอนนั้นผมทำงานโรงหนัง เป็นอาชีพสุดท้ายก่อนที่ผมจะมาร้องเพลงกลางคืน หน้าที่ผมคือเก็บโรงฯ และคอยบอกที่นั่ง เราทำงานในโรงหนังก็ได้ฟังทุกวัน ผมชอบเพลงนี้มาก แล้วมันมีเรื่องราว เพราะผมไม่เคยรู้เนื้อหาของเพลงนี้เลย จนได้มารู้ว่ามันตรงกับชีวิตผมมาก ชื่อเพลง Behind Blue Eyes คือข้างหลังดวงตาสีฟ้าของฉัน Bad Man, Sad Man ดูเลว ดูแย่ แต่ฉันมีอีกหลายอย่างที่คุณไม่รู้ เพลงนี้ตรงกับผม แค่เปลี่ยนจากตาสีฟ้าเป็นตาสีน้ำตาลแค่นั้นเอง
05: สัญญาเมื่อสายัณห์/ สายัณห์ สัญญา
เป็นเพลงที่แม่น้อยของผมเปิดเป็นประจำ เวลาพ่อจะออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน แม่ผมเป็นคนชอบเพลงลูกทุ่ง เพลงอินเดีย เพลงลูกกรุงจะมีบ้างแต่ไม่เยอะ เลยทำให้ผมร้องเพลงลูกทุ่งได้เยอะมาก จนมาได้ใช้วิชาเพลงลูกทุ่งก็ตอนเล่นละครเรื่อง “ลูกสาวกำนัน” เพราะเป็นละครเพลง เล่นละครเรื่องนี้ได้ร้องเพลงลูกทุ่งไป 20-30 เพลง ต้องยกเครดิตให้แม่ ตรงที่แม่กรอกหูให้ผมฟังตลอด เพลง “สัญญาเมื่อสายัณห์” ผมได้ร้องบนเวทีอะคาเดมีแฟนเทเชียวีคเพลงลูกทุ่ง ผมจับได้เพลงนี้พอดี กินหมูเลย ไม่ต้องทำอะไรเลย สบายไป
06: รักแท้ในคืนหลอกลวง/ ไฮเปอร์
“ออกมาคืนนี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยว ออกมาคนเดียว มาตามหาคนที่ห่างไกล” เป็นเพลงช่วงที่ผมร้องเพลงในผับแล้ว ผมร้องเพลงในผับครั้งแรกก็ตอนอายุ 20 เข้าผับได้พอดี วงที่ผมเล่นอยุ่กับเขาสองปีนี่เป็นวงที่กึ่งโชว์ ไม่ใช่แค่ร้องอย่างเดียว มันจะฮามาก เพราะพี่ๆเขาจะคิดธีมกัน เวลาเล่นต้องมีการแสดง อย่างถ้าเป็นธีมไอ้ขวัญอีเรียม พอผมร้องเพลง พี่ๆเขาก็เอากระเป๋าหลายๆใบมาให้ถือ เหมือนมาจากต่างจังหวัด แล้วตอนเพลงจะจบ พี่ในวงก็หายไป แล้วนุ่งกระโจมอกเป็นอีเรียมออกมาตามหาไอ้ขวัญ ฮามาก เสียดายว่าตอนนี้วงกระจัดกระจายกันไปหมดแล้ว
07: อกหักไม่ว่า/ ตุ้ย AF3
เพลงนี้เป็นเพลงที่รู้สึกตื้นตันใจที่ออกมาจากบ้านแล้วได้มีเพลงเป็นของตัวเอง แล้วเราชอบ มันเป็นเพลงแรกในชีวิต นึกออกไหม การที่คนธรรมดาได้มีเพลงแรกในชีวิต แล้วมันเป็นเสียงเรา ตามผับเอาไปร้องกัน “อกหักไม่ว่า ถ้าไม่ได้รักคงบ้า” ที่ผ่านมา เราฟังเพลงคนอื่น เราร้องเพลงคนอื่นมาทั้งชีวิตน่ะ พอเรามีเพลงของเราเอง มันดีใจ ดีใจมาก
08: อย่ารักฉันเลย/ ตุ้ย AF3
เป็นเพลงผมเอง ซิงเกิ้ลล่าสุด ผมชอบเพราะเป็นเพลงที่ทำได้อย่างใจตัวเองมากที่สุด เพลงนี้มันสุดยอดมากเพราะได้โปรดิวเซอร์ พี่แมว จิระศักดิ์ โอ้โห..ไอดอลผมเลย ผมฟังเพลงพี่ขามาตั้งแต่ผมยังเล็กๆ ทุกเพลงของพี่เขาผมร้องได้หมด แล้วคิดดูสิ วันหนึ่งพี่แมวมาคุมร้อง มาแต่งเพลง มาแต่งทำนองให้ผม มันเหมือนฝันเลย อารมณ์คล้ายๆ ผมไปเล่นละคร ทุกวันนี้ผมยังเคยนั่งดูเขาอยู่เลย แต่ตอนนี้ผมได้มาเล่นกับเขา ผมตื่นเต้นกับทุกๆอย่าง เพราะผมไม่ได้คิดว่าผมเป็นดารา ผมคิดว่าผมเป็นคนธรรมดาที่ได้ทำงานในวงการบันเทิง
09: นิ้วก้อย/ ลิฟท์ กับ ออย
เป็นเพลงแรกที่เล่นกีตาร์ ตอนนั้นยังเล่นกีตาร์ไม่เป็นเลย แม่ซื้อกีตาร์ให้วันเกิด คนแถวๆบ้านมาสอนคอร์ดเบสิกให้ แล้วที่เหลือเราไปลักจำมาเอง เพลง “นิ้วก้อย” นี่ก็เป็นเพลงที่มีคอร์ดเบสิกครบ ซี, ซีไมเนอร์, อีไมเนอร์, เอฟ, จี เล่นกีตาร์ง่าย เลยกลายเป็นเพลงที่ประทับใจ
10: Pedal to the Metal/ Kazzer
เพลงนี้มันฮาก็ตรงที่ สมัยเล่นในผับผมจะพยายามไม่ร้องเพลงฝรั่งอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่เล่นกลางคืนก็ต้องเล่นเพลงให้ได้ทุกแนว แล้วเพลงนี้มันฮิต มันก็ไปหาเนื้อร้องมาท่อง ต้องใช้วิธีการแกะจากวิทยุ แล้วจำเนื้อมาเท่าที่ได้ อาศัยว่าเล่นในผับตอนกลางคืน ห้าทุ่มน่ะ ร้องผิดไม่รู้หรอก ซาวนด์แน่นๆเอาไว้ก่อน ผมก็มันส์ไปด้วย ร้องเนื้อมั่วๆไป คนไทยแดนซ์กันใหญ่ “เบนทูลาเบน ทูล้าม่อร์” ทันทีที่หันไปมองด้านซ้าย ฝรั่งคนหนึ่งนั่งไขว้ห้าง ถือเบียร์ขวดเล็ก หน้ามันบอกว่า “มึงร้องอะไรวะ” ทุกครั้งที่หันไปเจอนี่ร้องไม่ออกเลย (หัวเราะ) เพลงนี้เลยกลายเป็นเพลงที่จดจำ และเป็นเหตุผลที่ผมไม่ค่อยร้องเพลงฝรั่งบนเวทีไหนเลย
TELL THE TRUTH
จำได้ไหม…จำได้หรือเปล่า
Q: ตุ้ย AF ซ้อมร้องเพลงที่ไหน
A: ในห้องน้ำ ในห้องตัวเอง มันเป็นกำลังใจ เพราะร้องในห้องน้ำมักจะเพราะกว่าปกติ
Q: เพลงชอบ ณ ขณะนี้
A: เพลงบัตเตอร์ฟลาย ของเจสัน บราย
Q: เครื่องดนตรีชิ้นแรก
A: กีตาร์ตัวแรกในชีวิต กีตาร์โปร่งยี่ห้อยามาฮ่า แม่น้อยซื้อให้ตอนอายุ 15 ราคา 4,500 บาท ผมกำลังจะเอาไปทำเป็นกีตาร์ไฟฟ้าอยู่
Q: เหตุการณ์ตื่นเต้นล่าสุดในฐานะนักแสดง
A: ผมเคยเล่นบทเลวๆในเรื่อง “จงกลกิ่งเทียน” ต้องตะโกนด่าแม่พิศมัย วิไลศักดิ์ ว่า อีแก่ คิดดูสิว่าเขารุ่นไหน พอเล่นเสร็จผมไหว้แม่เขาปะหลกๆเลย แม่ผมขอโทษ
Q: นางเอกมิวสิควิดิโอในฝัน
A: แองเจลีน่า โจลี่ คอนเซปต์ของเอ็มวี ให้พี่แองฯมานั่งข้างๆ ในรถ เป็นธีมขับรถ ชมวิวกันไป
Q: คอนเสิร์ตในความทรงจำ
A: คอนเสิร์ตไมโครรอบสุดท้าย มันส์สุดขั้ว จนผมลืมไปเลยว่าเป็นคนในวงการ กระโดดจนหมัดแทบจะขึ้นไปต่อพี่หนุ่ยอยู่แล้ว (หัวเราะร่วน) เพลงทั้งคอนเสิร์ตผมร้องไม่ได้อยู่เพลงเดียว เป็นเพลงประกอบหนัง วัยระเริง ผมเกิดไม่ทัน เพลงอื่นผมร้องได้หมด ร้องไม่อายเลย
Q: แนะนำคนเบื้องหลังให้เป็นที่รู้จักคนหนึ่ง
A: พี่สีบาน (นฤพล โชคคณาพิทักษ์) เขาเป็นตากล้องหนังเรื่อง “กอด” เขาให้ข้อคิดแล้วทำให้ผมจำจนถึงวันนี้ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมเข้าวงการมาใหม่ๆ เป็นช่วงที่ข่าวต่างๆก็เข้ามา มันบั่นทอนแล้วทำให้เครียด ทำมาหากินไม่ค่อยได้ พี่สีบานพูดมาประโยคหนึ่ง “ตุ้ย คนรักเอ็งมันเยอะมากเลยนะ นานๆมีคนเกลียดคนหนึ่ง ก็ยิ้มรับรู้สิวะ อย่าไปเครียดกับมัน” จริงของเขา เพราะคนรักผมเยอะมาก จากนั้นมา เลยกลายเป็นว่าผมไม่ค่อยเครียดกับข่าวที่ผมไม่ได้ทำ มองในทางที่ดี เขาเขียนด่า เขายังคิดถึงผมอยู่
End.