หน้า ๓๒
ชวนอ่านวรรณกรรม โดยพจมาน พงษ์ไพบูลย์
หวังไว้ว่า จะได้อ่านเรื่องย่อ "เงาพราย" ในสกุลไทยค่ะ
หากใกล้ออกอากาศเมื่อไหร่ คงต้องติดตามกันอีกที
(ขออภัยค่ะ จนปัญญาจริงๆ ขยายใหญ่ให้แล้ว แต่ไม่สำเร็จ อิอิ..หรือทำไม่เป็นก้ไม่รู้ แต่จะพยายามพิมพ์ให้นะคะ ช้าหน่อยค่ะ )

เงาพราย
"แก้วเก้า"
"เรื่องร้ายที่ (อาจ)กลายเป็นดี"
โชคดีของชายหนุ่มรูปงาม นาม "สักยะ" ที่เขาได้รับมรดกจำนวนค่อนข้างมากจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมถึงบ้านเก่าที่งดงาม ภูมิฐานจาก "คุณปู่"
โชคดีที่เขาจะได้มีหลักฐาน หลักทรัพย์สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง ไม่เดือดร้อน เพียงแต่หางานทำ ตั้งหลักแหล่งพำนักอยู่ในประเทสไทยโดยมิต้องไป
ดิ้นรนหาเลี้ยงชีพอยู่ต่างแดน พอใจกับสิ่งที่ได้รับ ศักยะ ก็จะเป็นชายหนุ่มที่สมบูรณ์พูนสุขตามที่ใฝ่ฝัน และจะโชคดีที่สุดหากเขาจะมีมโนสำนึกอันดีงาม
ตามวิถีของ "คนดี"
แต่โชคร้ายที่สักยะไม่มีความสุขเลยกับสมบัติพัสถานที่มีอยู่ เหตุเริ่มต้นเพราะเขา ไม่เคารพในคำสั่งสุดท้ายของคุณปู่ ที่ให้ทำลายสิ่งของบางชิ้นที่ท่าน
เคบรักษาไว้ด้วยอาคม ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ศักยะลืมคำสั่งและคิดว่า "ไม่เป็นไร" จึงทำให้ "พราย" ที่ถูกกักขังไว้ ออกมากำกับชีวิตของศักยะ
ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ศักยะได้ทุกอย่างที่ปรารถนา แม้กระทั่งคนรักของรัชต์ เพื่อนผู้มีอุปการคุณของเขา ชีวิตของศักยะไม่มีคำว่า "ไม่ได้" แม้จะแลกกับชีวิตของใครอีก
หลายคนก็ตาม
ในความเป็นจริงของชีวิต ย่อมมีทั้งดีและร้ายเข้ามาพ้องพาน หากใครมี "ภูมิคุ้มกัน" ดี ก็สามารถตั้งรับปัญหาได้อย่างมั่นคงมีสติ ตั้งรับโชคดีได้
อย่างมีอุเบกขา แต่มิใช่ศักยะ อาการรู้ร้อนรู้หนาวอย่างรุนแรงของเขา เพราะมี "พราย" เป็นผู้กำหนดจึงทำให้เขาก้าวสู่หายนะอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง
จะมีใครบ้างไหมที่จะช่วยผ่อนปรนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีได้บ้าง? พิม เรน รัชต์ แม่หรือคุณตาลพ ?
"แก้วเก้า" ใช้จินตนาการที่ล้ำลึก และผนวกกับฝีมือการประพันธ์ที่โดดเด่น รังสรรค์เรื่องราวของความลึกลับ ตื่นเต้น ชวนระทึกขวัญสั่นประสาท
(จิตอ่อน) และผู้อ่าน (เช่นที่เคยแกล้งมาแล้วหลายเรื่อง) "เงาพราย" มิใช่เรื่องผีธรรมดา แต่ความน่าสะพรึงกลัวอยู่ที่จิตใจคนอ่าน ซึ่งจิตนาการตามไป
แล้วบวกกับประสบการณ์ความกลัว (ผี) แต่เดิมของตนเอง จึงทำให้หวาดสยองอยู่เป็นระยะ
โชคดีที่มีคนดีมาชุบชูจิตใจได้บ้างโดยเฉพาะ "ไม้เท้า" ของคุณตาที่ดูจะเป็นสัญลักษณ์ของธรรมะไปด้วย คุณตากับไม้เท้าธรรมะ ทำให้ผู้อ่านถอนหายใจ
อย่างโล่งอก เพราะธรรมะย่อมชนะอธรรม แม้ว่าบางครั้ง คนที่มีธรรมะจะสูญหายไปหลายคนก็ตาม
เรื่องของ "พราย" จึงมิอาจกล่าวได้ว่า เป็นเรื่องของจิตนาการแต่เพียงอย่างเดียว
เพราะในความเป็นจริงแล้ว "พราย"ก็คือ "เงา" ที่แฝงอยู่ในใจทุกคน เพียงแต่เราจะยอมปล่อยให้พรายชักนำไปในทางดีหรือร้ายเท่านั้น.....
**************************************************************************************************
บางส่วนจากเงาพราย รัชต์มองโกศในมืออีกครั้งด้วยความสลดใจ เม่านี้เอง...สิ่งที่เหลืออยู่จากความทะเยอทะยาน ใฝ่ฝันไขว่คว้าหาความสำเร็จทุกรูปแบบของชายหนุ่มคนหนึ่ง
จนต้องแลกด้วยชีวิตในวัยที่ยังไม่ถึงสามสิบปี
ถ้าหากศักยะอดทน ไต่ระดับขึ้นไปทีละขั้นตอน ป่านนี้ชีวิตก็คงมีความสุขบ้างตามอัตถาพ บางทีเรนอาจจะอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้เขา แทนที่จะมาเป็น
กำลังใจให้รัชต์ อย่างที่เป็นอยู่
ชายหนุ่มกลั้นใจ ก่อนจะโยนมันลงไปจากกราบเรือ วัตถุชิ้นนั้นจมดิ่งลงไปอย่างรวดเร็วหายลับลงไปใต้ผิวน้ำ
คุณตาโยนไม้เท้าของคุณหลวงสินาดฯตามลงไปอีกอย่างหนึ่ง มันดำดิ่งราวกับถ่วงด้วยก้อนหินหนักอึ้ง
ทันทีที่ของทั้งสองอย่างลับหายลงไป ทุกคนก็ขนลุกเมื่อเห็นควันสีเทาขนาดใหญ่พลุ่งขึ้นมาราวกับใคจุดกองไฟไว้ใต้น้ำ
จากนั้นเพียงอึดใจเดียว ควันสีเทาหายไป ทุกคนก็เห็นควันเล็กๆ สีขาวลอยขึ้นจากใต้ผิวน้ำตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง หลายกลุ่มด้วยกัน สายลมพัดหวีดหวิว
เหนือผิวน้ำ ฟังคล้ายเสียงหัวเราะหรรษาของผู้ได้รับอิสระ ล่องลอยขึ้นไปพร้อมกับสายลม
เรามองหน้ารัชต์ แล้วมองหน้าคุณตาเป็นเชิงถาม เมื่อท่านไม่ตอบ หล่อนก็ตอบเสียเอง
"คนที่ตายเพราะเจ้าพรายกับพี่ตั้น พวกเขาเป็นอิสระกันแล้วใช่ไหมคะ"
คุณตาผงกศีรษะรับเนิบๆ รู้สึกเหมือนหินขนาดใหญ่ที่ถ่วงอยู่ในอกมานมนานถูกปลดเปลื้องออกจากตัว
"เขาก็ไปตามทางของเขาแล้ว จะสุคติหรือทุกคติ ก็แล้วแต่บุญกรรม แต่ไม่ถูกจองจำอยู่ในอำนาจของเจ้าพรายอีก"
คนขับเรือเริ่มติดเครื่องยนต์ พาเรือย้อนกลับไปสู่ทางที่กลับมา คุณตากระเถิบเข้าใต้หลังคาให้เงาร่มทอดทับแทนแสงแดดภายนอก ด้วยความรู้สึก
ปลอดโปร่ง ระคนกับเหนื่อยอ่อนจากสังขารที่ตรากตรำมานานกว่าแปดสิบปี
ลูกสาวนั่งข้างๆยื่นมือมาจับมือบิดาไว้ เหมือนเป็นกำลังใจ ถัดไป เรนกับรัชต์นั่งชิดกันที่หัวเรือ ชี้ชวนชมทะเลด้วยกันอย่างรื่นรมย์
คุณตาหลับตาลง เหนื่อยจนรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องพักผ่อนชั่วกาลนาน แต่รอยยิ้มน้อยๆบนดวงหน้าแก่ชรา ก็อิ่มเอมอย่างคนที่ได้บรรลุถึงหน้าที่
และความดีที่สั่งสมมาจนถึงวาระสุดท้าย ด้วยชัยชนะอันขาวสะอาดและงดงาม
****************************************************
(ไม่จัดบรรทัดนะคะ ตาลายแล้วค่ะ อ่านพอให้บิวท์อารมณ์กันนิดหน่อยค่ะ)