http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01ent01290549
ยังไม่ทันที่จะ "เข้าบ้าน" แต่กระแสความแรงของ เอเอฟ-อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ที่สั่งสมมา 2 ปี ก็ทำให้ผู้ที่จะเข้าแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งในรายการเรียลิตี้ที่มีคนชมมากที่สุดรายการหนึ่งของบ้านเราตอนนี้ก็ทำให้พวกเขากลายเป็นที่สนใจ และใครๆก็อยากรู้จักพวกเขามากยิ่งขึ้น
"มติชน" จึงจัดให้
เริ่มจาก "V 1" ต้า สักกทัศน์ กุลไพศาล หนุ่มกรุงวัย 22 ที่ไปเรียนไกลถึง ม.เชียงใหม่
"อยู่ปี 5 คณะเภสัชศาสตร์ครับ" เขาบอก
ทีแรกเจ้าตัวบอกอยากเป็นหมอ แต่พอโตขึ้นกลับสนใจอาชีพนักร้อง เพราะในความคิดของเขาการร้องเพลงไม่ได้เป็นเพียงการปลดปล่อยอารมณ์ตัวเองเท่านั้น แต่ยังทำให้คนอื่นมีความสุขด้วย
"ชอบมาตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมต้น เพราะคุณพ่อชอบร้อง ผมก็เรียนจากพ่อ"
ครอบครัวที่ทำธุรกิจด้านยาจึงไม่เคยขาดเสียงเพลง แถมตอนมาเรียนก็ยังไม่ขาด เพราะพอเริ่มร้องเมื่อไหร่ ต้าก็ว่าจะมีเพื่อนมาฟังและดูท่าทางทุกคนมีความสุขดี
ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ต้าจึงอยากเป็นนักร้องควบคู่ไปเป็นเภสัชกรที่ไม่ใช่เอาแต่ขายยา เพราะเขาว่าอาชีพนี้ทำประโยชน์ให้สังคมได้อีกหลายอย่าง เช่น รณรงค์ไม่ให้คนเสพยาเสพติด เป็นต้น
เหล่านี้คือ "ความฝัน" ที่เขามุ่งมั่นว่าจะต้องทำให้สำเร็จ
ขณะที่ "V 2" เพชร-พชร พูลสวัสดิ์ สาว 18 อดีตนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการเอเอฟเอส ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศชิลีนาน 1 ปี และปัจจุบันเป็นนักศึกษาปี 1 คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาสเปน ม.รามคำแหง ก็มุ่งมั่นจะล่าฝันการเป็น "นักร้อง" ที่มีมาตั้งแต่อายุ 11 ปี ไปพร้อมๆ กับที่คิดจะเป็นนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ การเมือง และภาษา
"ความจริงเรื่องร้องเพลงเพชรถือว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้วนะ เพราะเข้ามาถึงตรงนี้ก็พอใจ" ฉะนั้นถ้าถูกโหวตออกเป็นคนแรกก็ไม่เสียใจ-เธอยืนยัน
เพราะในความคิดของเธอนั้นหากคนซึ่งมีฝันได้พยายามตามหาฝันนั้นอย่างเต็มที่แล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเสียใจสักนิด
ที่มากันเป็นคู่คือ "V 3" แอปเปิ้ล-อรพรรณ และ เชอร์รี่-พรรณสิริ บางประการ คู่แฝดวัย 20 ปี ที่สร้างความฮือฮาเพราะติดเข้ามาทั้งคู่
"ต้องบอกว่ายิ่งกว่าดีใจค่ะ" แอปเปิ้ลบอกยิ้มๆ
พี่น้องคู่นี้นอกจากหน้าตาเหมือน ชื่อเล่นคล้าย แล้วยังมีอะไรๆ แบบเดียวกันอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะการเรียนซึ่งเรียนซึ่งทั้งคู่เรียนอยู่ปี 3 คณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาจีน ม.อัสสัมชัญ
แถมยังยังฝันจะเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จแบบเดียวกันอีก
"V 4" ซาร่า-นลินธารา โฮเลอร์ ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน วัย 18 นักเรียน ม.6 โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นโคโรกราเฟอร์หรือนักออกแบบการแสดง บอกว่าเธอนั้นทั้งดีใจและภูมิใจที่ได้รับคัดเลือก
"ดูเอเอฟ 2 แล้วชอบมาก เพราะเป็นการฝึกและเปิดโอกาสให้แสดงคอนเสิร์ตจริงๆ ยังเคยจินตนาการตาม โดยทำที่บ้านให้เป็นที่เล่นคอนเสิร์ต บังคับให้ญาติพี่น้องมาดู" เธอเล่าขำๆ
ดังนั้น พอเอเอฟ 3 เปิดรับ เพื่อนๆ เลยชวนให้มาสมัคร
"ส่วนที่อยากเป็นโคโรกราเฟอร์มากกว่า เพราะตั้งแต่เด็กชอบดูคอนเสิร์ตแล้วก็คิดว่าเขาทำอย่างไรถึงมีคนมาดูเยอะ ศึกษาดูจึงรู้ว่าคนที่มีส่วนคือคนที่เป็นเบื้องหลัง ก็คือโคโรกราเฟอร์นั่นเอง"
แม้เป็นแล้วจะไม่มีชื่อเสียงโด่งดังเท่าคนเบื้องหน้าก็ตาม
"เพราะความดัง ไม่ใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอไป ความรู้สึกของซาร่าคือ จะภูมิใจในสิ่งที่เรารักและได้ทำจริงๆ"
เหมือนอย่างที่การได้เข้าเป็น 1 ในบ้านเอเอฟไง
นามสกุล วัฒนกุล ของ มิ้น มิณทิตา "V 5" นั้นคงเป็นที่คุ้นเคยกันดี เธอจึงทำใจไว้ล่วงหน้าว่าบางคนคงคิดไปว่าเธอได้เส้นของ โกวิท ผู้เป็นพ่อหนุน
"แต่คนที่รู้จักมิ้นคงรู้ว่ามิ้นเป็นคนยังไง" เธอสาธยายสั้นๆ
มิ้นนั้นกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนบดินทรเดชา โดยสาวน้อยวัย 18 ฝันว่าในอนาคตอยากเป็นนักธุรกิจที่ชอบการร้องเพลง
ส่วนเรื่องจะเป็นที่ 1 ในการแข่งขันครั้งนี้ เธอบอกตรงๆ ว่าแอบฝันไว้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จ
"เพราะคนอื่นก็เก่งทั้งนั้น"
"มิ้นจึงตั้งใจจะพัฒนาตัวเอง จะฝึก จะซ้อมให้เต็มที่"
สำหรับ ตูน-ธัชพล ชุมดวง "V 6" แล้ว เขาคิดจะมาสมัคร AF ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เพิ่งมาทำตามคิดในปีนี้ เพราะมีเพื่อนที่คุ้นเคยมาสมัครด้วย อันเป็นการช่วยลดความเขิน
ตูนซึ่งกำลังเรียนอยู่ปี 4 คณะการโรงแรมและการท่องเที่ยว ม.กรุงเทพ (อินเตอร์) บอกว่าปกตินั้นชีวิตเขาชอบทำเรื่องท้าทายหลายสิ่งหลายอย่าง
แต่เทียบแล้วการได้เข้าบ้านเอเอฟนี่ละที่ท้าทายที่สุด
ส่วน โด่ง-ศิระ รัตนโภคาสถิต "V 7" หนุ่มวัย 25 จากคณะนิเทศศาสตร์ เอกโฆษณา ม.กรุงเทพ นั้นดูเหมือนว่าจะเตรียมตัวเพื่อการนี้เป็นอย่างดี
"เพราะนี่คือความฝันของผมครับ"
"ผมดูมาตั้งแต่ปีแรก จึงพยายามเตรียมตัวให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะนอน จะกิน ขับรถ ผมก็พยายามฝึกซ้อม"
และเมื่อพร้อมเขาก็ก้าวเข้ามา
"ผมชอบร้องเพลง ชอบเต้น แล้วอยากจะแสดงให้คนดูเกิดความสนุกสนาน"
อาจเป็นเพราะความประทับใจตั้งแต่ครั้งได้ขึ้นเวทีคอนเสิร์ต "พริกขี้หนู" เป็นนักเต้นวัยเยาว์ตอนอายุราว 10 ขวบ กับ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ก็ได้
"ในอนาคตผมอยากโกอินเตอร์ครับ โกอินเตอร์แบบเอเชีย คือไปญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ไปดูดเงินเข้ามาในประเทศของเรา"
เขายังอยากเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬา เพราะตอนไปสมัครเป็นผู้ประกาศข่าวบอลโลกหน้าใหม่ก็รู้สึกสนุกดี
ตามฝันอย่างไม่ยอมหยุดอยู่กับที่จริงๆ
ที่มาแบบบังเอิญ คือหนุ่มวัย 20 บอย สิทธิชัย ผาบชมพู ที่ได้หมายเลข "V 8" เพราะปกตินั้นเขาจะอยู่ที่ จ.เลย เพราะติดภารกิจเรื่องเรียนในปี 1 คณะนิเทศศาสตร์ ม.ราชภัฏเลย แต่ช่วงที่ AF เปิดรับสมัครที่ขอนแก่นเขากลับไปเยี่ยมบ้านพอดี
"ก็เลยถูกจังหวะ"
บอยซึ่งฝันอยากเล่นละคร เล่นหนัง บอกว่าเขาไม่เคยเรียนร้องเพลง แต่ก็พอร้องได้ ดังนั้น ก่อนหน้านี้จึงรวมตัวตั้งวงดนตรีกับเพื่อน และทำเดโมเพลงไว้
มาได้เข้าบ้าน AF อย่างนี้เห็นทีความฝันคงใกล้จะเป็นจริง
อายุ 21 ปี แต่ ก้อ ธรรมนูญ ตั้งบุญธินา "V 9" เพิ่งเรียนอยู่ปี 1 คณะดนตรี ม.รังสิตเท่านั้น ที่ช้ากว่าคนอื่นเพราะก่อนหน้านี้เขาเคยเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ธรรมศาสตร์ เป็นการเรียนแบบเจ้าตัวไม่ชอบ แต่พ่อปลื้ม สุดท้ายจึงตัดสินใจหันเหมาทางวิชาที่สนใจมาตั้งแต่เด็ก
"ผมเรียนดนตรีมาตั้งแต่ 7-8 ขวบ"
จากกีตาร์ อิเล็กโทน ก่อนจะจบที่เปียโน ซึ่ง "เป็นเสียงที่ใช่สำหรับผม"
ความจริงก็บอกว่าเขาไม่ตั้งใจจะมาแข่งขันในครั้งนี้ ติดที่เพื่อนๆ ผู้หวังดีหลายคนสนับสนุน เขาเลยมาสมัครเพื่อตอบแทนความหวังดีเหล่านั้น
ในวันคัดเลือกตัวรอบแรกก็คิดจะร้องเพลง "โปรดเถิดดวงใจ" ไปพร้อมๆ กับเล่นเปียโน ติดที่ว่าเพลงนั้นค่อนข้างยาว สุดท้ายเลยตัดสินใจแต่งเพลงใหม่ระหว่างรอที่หน้าห้องออดิชั่นนั่นแหละ แล้วนำมาเสนอ ก่อนจะได้ผ่านเข้ารอบต่อมา
และต่อมาจนถึงรอบนี้
"ชอบนะคะ อยากเข้ามา" ลูกตาล ธนวรรณ ดีพัฒนบูลย์ "V 10" นักศึกษาปี 3 คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ (อินเตอร์) บอก
"นอกจากเรื่องร้องเพลงในอนาคตตาลอยากเปิดร้านอะไหล่ประดับยนต์ เอาแบบครบวงจรเลยนะคะ เพราะว่าตาลชอบเรื่องรถอยู่ด้วย"
จึงเป็นไปได้ว่าในอนาคตเราอาจจะมีนักร้องที่เป็นเจ้าของร้านอะไหล่ยนต์เพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง
"V 11" บลูน่า โชติกา เบนเนลลี่ เป็นลูกครึ่งไทย-อิตาลี วัย 18 ปี ที่พ่อมีธุรกิจดำน้ำ แม่ทำรีสอร์ทอยู่ที่เกาะสมุย ส่วนเธอเป็นนักเรียนอยู่ที่ Traill International School
"อยากทำงานเกี่ยวกับวงการบันเทิงค่ะ"
แต่ว่าไม่เกี่ยวกับการเป็นนักร้อง เพราะฝันของบลูน่าคือ ทำด้านออแกไนซ์ ไม่ก็งานดีไซน์ หรือครีเอทีฟบริษัทโฆษณาก็น่าสนใจ
"ที่สุดของชีวิตแล้วครับ" ตุ้ย เกียรติกมล ล่าทา หนุ่มวัย 23 "V 12" บอกถึงความรู้สึก
เล่าด้วยว่า ที่จริงเขาฝันจะมาแข่งขันรายการนี้นานแล้ว แต่เผอิญผูกติดกับชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงเสียมาก จึงเพิ่งมีโอกาสในครั้งนี้
"ก่อนหน้านั้นเคยประกวดตอนเรียน แล้วก็ไปออดิชั่นวงอาชีพจนได้ร้องในวงที่เล่นตามค็อกเทลเลานจ์ ผับ และร้านอาหาร"
ก่อนจะมาทำงานประจำอยู่ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ (สสส.)
"การเข้าบ้านครั้งนี้ถือว่าไปเรียนรู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากได้ เพราะที่ผ่านมาไม่มีโอกาส ไม่มีปัญญาไปเสียเงิน"
ที่ร้องๆ มานั้นเขาคาดว่าน่าจะเป็นกรรมพันธุ์จากแม่ที่ชอบร้องเหมือนกัน และร้องดีถึงขึ้นคว้า "ส้ม" รางวัลชนะเลิศจากการประกวดตามวัดต่างๆ มาแล้ว
"สำหรับผมเรื่องชื่อเสียงหรือการได้ออกเทปบอกตามตรงว่าหวัง"
ฉะนั้นจึงจะล่าฝันอย่างเต็มที่และนี่คือ V 1-V 12 แห่งบ้านเอเอฟ
หน้า 25
